you're reading...
Recent Posts, Uncategorized


The FIA GT “World Cup” final that brought the best of sportscar racing together for a dramatic end of season showdown turned out to be one of the strangest – and shortest – races in motorsport history, and that’s even accounting for the unique history of Macau.pasin-macau

In the end the ‘World Cup Final’ race was stopped after just 4 laps – and that amazingly included two starts and two red flags – so for Pasin Lathouras after he had made it through the knockout stages and into the final there was no opportunity to push, it was a case of reaching the checkered flag and notching up another finish at Macau, itself quite an achievement on what is one of the world’s most iconic and demanding racetracks.

It had all started on the track back on Thursday lunchtime with the first Free Practice session as the second edition of the FIA World Cup – an end of season showcase that brought the top sportscar stars together and a quartet of factory teams, Audi, Porsche, Mercedes and Lamborghini – got underway.

Pasin was driving a Ferrari 488 GT3 for AF Corse as he stepped back into the cockpit following a break of two months since his last race, the closing round of the Blancpain GT Endurance Cup 2016 at the Nürburgring back in September.

This was Pasin’s fourth consecutive year racing a ‘GT’ sportscar at the Macau Grand Prix and his second in the FIA GT World Cup. The first Free Practice session went very well as the 22-year-old Thai driver got to grips with the Ferrari 488 GT3 around the famous streets of the Guia Circuit for the first time and it was the same story in the second session on Thursday morning.

However the carefully laid out plan went out of the window during the afternoon’s qualifying session when Pasin had an incident at the Mandarin corner resulting in the rear of the car clipping the barriers. That eliminated him from the qualifying session less than a third of the way in although by that point he had posted a solid banker time that was good enough for P15 on the grid.

The team fettled the car and everyone was ready for the Qualification Race, although with passing very difficult – if not impossible – here it would be pretty much a case of digging in and waiting to see what would play out around him. Pasin survived a tough moment at the start when a rival car cut him up – an incident that could have ended his race immediately. It compromised Pasin’s race but he was successfully able to keep track position. The Safety Car came out on that first lap, went back in on the fifth lap, came back out just a lap later and went back in on the ninth lap leaving merely three laps to the finish so there wasn’t any opportunity for anyone to make meaningful changes to the leaderboard.

Pasin was able to bring the car to the finishline safety, usefully pick up a position, and that meant he would grab a seventh row grid slot for the final race on Sunday as the ‘Qualification Race’ decided the grid for Sunday’s big race.

The ‘World Cup Final 2016’ turned out to be one of the most unusual races in living memory. There were just four laps in total, a rolling start that saw the race red flagged on the opening lap, then a lengthy delay before the race was restarted and again on the restart lap the race was red flagged. This time, due to concerns about light conditions (the GT race had already late thanks to incidents that occurred during the preceding touring car race pushing the programme back), there would be no third rolling start and the results were declared. In fact the winner finished the race with the car on the roof having dramatically flipped over and slid along the track at high speed upside down while lying in second place on the road – and that really just about summed up this year’s edition.

For Pasin there was simply nothing he could do during a race that didn’t even see even one full racing lap. He enjoyed a good start and again performed superbly on the restart, keeping track position and avoiding incidents, but he would finish where he started in P14, having survived through a long tough week on this track to record a fighting finish. This year’s FIA GT World Cup will certainly go down as a historical novelty.

Pasin Lathouras “It was good to be back at Macau, that’s for sure, it’s such an experience to be able to race on this track. We made a good start to the week in practice and looked to be in good shape but matters really conspired against us and in the end there wasn’t really a race, just two rolling starts, and so there was nothing we could do to try to fight back from our earlier setback and aim for a strong finish. It really was an odd event I have never seen anything like it and I think everyone already will be thinking about next year’s event. The team did a great job all week, they worked really hard and I would like to thank all the supporters and sponsors.”

“พศิน” ฝ่าวิกฤติจบเรซ เอฟไอเอจีทีเวิลด์คัพ 2016” ในเรซสุดดราม่าที่มาเก๊ากรังด์ปรีซ์

ศึกเอฟไอเอจีทีเวิลด์คัพ 2016 ซึ่งเป็นเรซสุดท้ายของปีในการแข่งขันรถยนต์แบบจีที 3 ที่ดีที่สุดของโลกปิดฉากลงด้วยความเข้มข้นท่ามกลางเหตุการณ์สุดพลิกผันในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วยการขับเคี่ยวที่ดุเดือดแต่จบลงด้วยเรซที่ไม่ยาวนักและถือเป็นอีกหนึ่งการแข่งขันที่ต้องบันทึกในประวัติศาสตร์ของมาเก๊ากรังด์ปรีซ์

โดยในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของเอฟไอเอจีทีเวิลด์คัพ 2016 ต้องยุติลงเพียง 4 รอบเท่านั้นภายใต้การออกสตาร์ทใหม่ถึง 2 ครั้งเนื่องจากการขับเคี่ยวที่ดุเดือดจนมีธงแดงถึง 2 ครั้งสำหรับพศิน ลาทูรัสยอดนักขับไทยวัย 22 ปีถือว่าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดทั้งสุดสัปดาห์โดยสามารถทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้อย่างสวยงามทว่าจากธงแดง 2 ครั้งทำให้ไม่สามารถไต่อันดับได้มากเท่าที่ควรก่อนจะจบการแข่งขันมาเก๊ากรังด์ปรีซ์ด้วยการรับธงหมากรุกตามเป้าหมายที่วางไว้ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเรซที่เป็นจุดดึงดูดและได้รับความสนใจจากแฟนความเร็วทั่วโลก

การแข่งขันออกสตาร์ทตามโปรแกรมตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาด้วยการซ้อมครั้งแรกซึ่งศึกเอฟไอเอจีทีเวิลด์คัพถือเป็นครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นเพื่อเป็นสนามสุดท้ายของปี โดยถือเป็นศูนย์รวมนักขับชั้นนำของโลกในประเภทรถแข่งสปอร์ตและทีมโรงงานอย่างหลากหลายอาทิออดี้, ปอร์เช่, เมอร์เซเดสและลัมบอร์กินีเป็นต้น

พศินลงชิงชัยสนามนี้ด้วยรถแข่งเฟอร์รารี่488 จีที3 ภายใต้สังกัดเอเอฟคอร์เซซึ่งนับเป็นการคัมแบ็กสู่แทร็กร่วมกันอีกครั้งหลังจบเรซ สุดท้ายเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมากับสนามสุดท้ายของการแข่งขันรายการบลองค์แปงจีทีเอ็นดูรานซ์คัพ 2016 ที่นูร์เบิร์กริงประเทศเยอรมนีเมื่อเดือนกันยายน

ในปี 2016 นับเป็นฤดูกาลที่ 4 ของพศินสำหรับการแข่งชันประเภท “จีที” ในศึกมาเก๊ากรังด์ปรีซ์และเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่นักขับไทยเข้าร่วมแข่งขันในรายการเอฟไอเอจีทีเวิลด์คัพโดยในการซ้อมครั้งแรกนักขับไทยทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับการขับรถแข่งเฟอร์รี่ 488 จีที3 ในสตรีทเซอร์กิตสุดเก่าแก่และมีชื่อเสียงเช่นเดียวกับการซ้อมครั้งที่ 2 ซึ่งมีขึ้นในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี

อย่างไรก็ดีแผนในการแข่งขันคือทำผลงานให้ดีที่สุดในรอบควอลิฟายทว่าในการจับเวลากลับเกิดอุบัติเหตุขวางหน้าพศินส่งผลให้ไม่สามารถทำความเร็วและกดเวลาได้มากเท่าที่ควรและมีเวลาในการจับเวลาน้อยกว่าหนึ่งในสามของเวลาทั้งหมดโดยท้ายที่สุดนักขับไทยก็ทำเวลามาในอันดับ 15 ซึ่งถือเป็นอันดับสตาร์ทบนกริดด้วย


พศิน สามารถเอาตัวรอดจากอุบัติเหตุในช่วงออกสตาร์ทได้หลังจากมีรถตัดหน้า ซึ่งอุบัติเหตุดังกล่าวอาจส่งผลให้นักขับไทยต้องออกจากเรซเลยทีเดียว ทว่าก็สามารถรักษาอันดับเดิมไว้ได้ก่อนที่เซฟตี้คาร์จะออกมาวิ่งเพื่อเคลียร์แทร็กตั้งต่รอบแรกและกลับมาแข่งขันได้อีกครั้งในรอบที่ 5 ขณะที่เหลือการแข่งขันเข้าสู่รอบที่ 9 และเหลืออีกเพียง 3 รอบสนามทุกคนรู้ดีว่าอันดับจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีก

พศินจบการแข่งขันได้อย่างปลอดภัยโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงอันดับซึ่งส่งผลให้นักขับไทยได้ออกสตาร์ทในแถวที่ 7 บนกริดสตาร์ทสำหรับไฟนอลเรซซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์โดยกริดสตาร์ทดังกล่าวยึดจากผลการแข่งขันในรอบควอลิฟายเรซนั่นเอง

ศึกไฟนอลเวิลด์คัพ 2016 ถือเป็นหนึ่งเรซในประวัติศาสตร์ที่มีเหตุการณ์พลิกผันมากมายเพราะแข่งขันได้่เพียง 4 รอบสนามเท่านั้น เพียงการโรลลิ่งสตาร์ทในรอบแรกก็ต้องตีธงแดงเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุจากรถหลายคัน ส่งผลให้การแข่งขันล่าช้าออกไปอย่างมากก่อนจะกลับมารีสตาร์ทกันอีกครั้งแต่ในรอบเดียวกันนี้ก็ต้องตีธงแดงเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุอีกครั้ง

จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น 2 ครั้งซ้อนในการสตาร์ท ทำให้เกิดความกังวลอย่างมากเรื่องสภาพแสงสำหรับการแข่งขันที่เหลืออยู่ ซึ่งมีผลต่อตารางเวลาการแข่งขันในรุ่นอื่นๆ ส่งผลให้ไม่มีการรีสตาร์ทครั้งที่ 3 ซึ่งจะยึดผลการแข่งขันจากอันดับล่าสุดนั่นเองถือเป็นเรซที่เกิดดราม่าขึ้นอย่างหลากหลายทั้งการที่มีรถแข่งพลิกคว่ำอยู่ตลอดทั้ง  2ข้างของแทร็กและนี่คือบทสรุปของเอฟไอเอจีทีเวิลด์คัพครั้งที่ 2

สำหรับพศิน ถึงแม้จะไม่สามารถขับเคี่ยวได้อย่างเต็มที่เนื่องจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น แต่นักขับไทยก็ทำงานได้ยอดเยี่ยมด้วยการเริ่มต้นที่ดีและหลังจากรีสตาร์ทก็ทำผลงานได้ดีอีกครั้งโดยสามารถรักษาอันดับไว้ได้ด้วยการจบเรซในอันดับ14 ถือเป็นการเอาตัวรอดจากเรซที่ ดราม่าได้อย่างยอดเยี่ยม และนับเป็นการแข่งขันที่ถูกบันทึกว่ามีความแปลกใหม่ในประวัติศาสตร์ของศึกเอฟไอเอจีทีเวิลด์คัพ

โดยพศินเข้าร่วมการแข่งขันรายการเอฟไอเอจีทีเวิลด์คัพ 2016 ภายใต้การสนับสนุนของนารายา, ลาลามาบายนารายา, นารา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, การกีฬาแห่งประเทศไทยและเอ็กซวายแซด

พศินเปิดเผยว่า “เป็นเรื่องราวที่ดีที่ได้ลงแข่งขันที่มาเก๊าอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่านี่คือประสบการณ์ที่น่าเหลือเชื่อกับการลงขับในแทร็กแห่งนี้ เราออกสตาร์ทได้ดีสำหรับสุดสัปดาห์นี้ตั้งแต่การซ้อมครั้งแรกและผมมองว่าเรามีทิศทางที่ดีในการต่อสู้ แต่ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศก็เกิดเหตุการณ์มากมายที่เป็นจุดเปลี่ยน เราต้องรีสตาร์ทกันถึง 2 ครั้งทำให้เราไม่สามารถไต่อันดับขึ้นมาได้จนจบการแข่งขัน”

“ผมไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อนและคิดว่าทุกคนจะเริ่มต้นคิดถึงการแข่งขันในปีหน้าสำหรับรายการนี้ทีมของเราทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมพวกเขาทำงานหนักมากและผมต้องขอขอบคุณทุกคนที่คอยสนับสนุนและช่วยเหลือในการแข่งขันรวมถึงสปอนเซอร์ของเราด้วย” พศินกล่าว

Source. FastTrack Media/Photo. Paul Khoo


No comments yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )


Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Google Translate

Flickr Photos

%d bloggers like this: