you're reading...
Recent Posts, Uncategorized


At the end of a long, tough and wet Sepang 12 Hour, Pasin Lathouras was pleased to finish fourth overall in the #50 AF Corse Ferrari 488 GT3 having mixed it up with the factory Porsche and Audi entries throughout the grueling race.pasin-sepang

That result concludes the 23-year-old Thai driver’s racing season – however the year in started back at Monza, Italy, in April with the opening round of the Blancpain GT Endurance Series and taking in the whole championship before wrapping up with an Asian ‘double date’, starting with the FIA GT World Cup in Macau last month and concluding with the Sepang 12 Hour, which was also the final round of the SRO-promoted Intercontinental GT Cup.

Pasin was in fact returning to the Malaysian F1 circuit three years after last competing here – in the 2013 Sepang 12 Hour – as his career has since taken him out of Asia and into Europe. Last weekend he was driving once again alongside his teammates in Blancpain GT this year, Michele Rugolo and Alessandro Pier Guidi.

The track has been resurfaced and reprofiled since his last visit and Pasin quickly got back in the groove; however the #50 Ferrari was on the back foot when a technical issue stopped the car from completing a full lap during the ‘Top 15 Shootout’ and that meant starting from P15 on the grid.

The crew would have to dig in and push to gain the lost ground; they did just that – and a whole lot more. Conditions proved typical of the Sepang 12 Hour, rain arrived just as the dusk was rolling in and there would be showers on and off for the second half of the race.

Pasin and his teammates took the weather in their stride, fighting up from their lowly starting point to join the intense battle between the factory teams playing out at the front of the race. Such was the commitment put in by the #50 car’s drivers he was able to lead the race during his first stint and run at a faster pace than anyone else on track. With fourteen ‘Platinum’ rated drivers on the entry list (Pasin is currently classified as a ‘Silver’ level driver, two positions lower in the rankings) that was a huge achievement for the Thai who was also one of the youngest drivers in the field. It clearly demonstrated just how much he has achieved after three seasons in Europe – and particularly this year racing against the biggest and most competitive GT field in the world in Blancpain GT Endurance Cup.

The multiple appearances of rain during the race didn’t play into the hands the AF Corse team and twice the #50 car had to make an extra pitstop to swap to wet tyres and that compromised the chase for a podium finish – or indeed victory. However, elbowing the private Ferrari right in amongst the factory cars in fourth place when the checkered flag waved at the stroke of midnight was a satisfying way to end the race.

The Sepang 12 Hour concludes Pasin’s year on track, details of his 2017 racing programme will be announced in the New Year.

Pasin Lathouras: “It was great to be back at Sepang after a few years away I raced here a lot earlier in my career and I love the circuit. That’s the same story for the Sepang 12 Hours, it was my third time and it’s a great race, always such a challenge and this year was no different with tricky conditions for pretty much half of the race. I think it was a good way to end the year, although of course it would have been nice to get onto the podium, but I’m happy with the result and pleased with my pace as we were up against factory teams and we were always fighting in amongst them for the whole 12 hours and we held our own. I would also like to thank my sponsors and everyone who has supported me all year and I’m already looking forward to getting back on track next year.”

“พศิน” ฟอร์มหรูส่งท้ายปีคว้าที่ 4 “เซปัง 12 ชั่วโมง”

พศิน ลาทูรัส นักขับดาวรุ่งชาวไทยวัย 23 ปี สร้างผลงานสุดยอดเยี่ยมในการแข่งขันรถยนต์ท างเรียบแบบเอ็นดูรานซ์สุดโหด รายการเซปัง 12 ชั่วโมงด้วยการคว้าอันดับ 2 ภายใต้รถแข่งเฟอร์รารี่ 488 จีที3 หมายเลข 50 สังกัดเอเอฟคอร์เซที่ต้องต่อสู่กับยอดรถแข่งจากทีมโรงงานอย่างปอร์เชและออดี้อย่างดุ   เดือดท่ามกลางสภาพอากาศแปรปวนในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ประเทศมาเลเซีย

นับเป็นการปิดท้ายฤดูกาลของนักขับไทยวัย 23 ปีอีกครั้งกับการแข่งขันที่มาเลเซียหลังจากที่ดวลความเร็วในฤดูกาลนี้ด้วยโปรแกรมสุดโหดนับตั้งแต่ต้นปีที่มอนซ่าประเทศอิตาลีในเดือนเมษายนกับนัดเปิดฤดูกาลของบลองค์แปงจีทีเอ็นดูรานซ์คัพซึ่งถือเป็นรายการหลักของนักขับไทยในปีนี้รวมถึง 2 รายการปิดท้ายฤดูกาลอย่างเอฟไอเอจีทีเวิลด์คัพที่มาเก๊าเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมารวมถึงเซปัง 12 ชั่วโมงซึ่งเป็นสนามสุดท้ายของการแข่งขันที่เอสอาร์โอเป็นผู้จัดการแข่งขันรายการอินเตอร์คอนติเนนทัลจีทีคัพ

พศินคัมแบ็กสู่แทร็กที่ใช้เป็นสังเวียนแข่งขันฟอร์มูล่าวันรายการมาเลเซียกรังด์ปรีซ์อีกครั้งหลังจากลงแข่งที่สนามแห่งนี้เมื่อปี 2013 ในรายการเซปัง 12 ชั่วโมง ซึ่งเป็นรายการสุดท้ายของนักขับไทยรายนี้ก่อนจะออกไปหาประสบการณ์กับการแข่งขันในทวีปยุโรป โดยในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาพศินร่วมงานกับทีมเมทที่กรำศึกบลองค์แปงจีที 2016 ด้วยกันมาทั้งปีอย่างมิเคเล รูโกโลและอเลสซานโดร ปิแอร์กูดี

เซปังเซอร์กิตได้รับการปรับปรุงผิวแทร็กใหม่ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเมื่อเปรียบเทียบกับครั้งที่พศินลงทำการแข่งขันเมื่อปี 2013 อย่างไรก็ดีรถแข่งเฟอร์รารี่หมายเลข50 ก็ต้องเจอปัญหาในการทำงานเมื่อมีข้อผิดพลาดทางเทคนิคก่อนจะแก้ปัญหาและกลับมาทำเวลาจนคว้ากริดอันดับ 15 ในการออกสตาร์ทมาครอง

ทีมงานต้องรื้อรถแข่งออกมาแทบทั้งคันเพื่อหาข้อผิดพลาด ไม่เพียงแค่นั้นพวกเขายังเจอเงื่อนไขที่ยากลำบากตามแบบฉบับของการแข่งขัน เซปัง12 ชั่วโมง ซึ่งมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้ผิวแทร็กทั้งลื่นและท้องฟ้าปิดในช่วงครึ่งหลังของเรซ

พศินและเพื่อนร่วมทีมต้องมองออกไปสู่การแข่งขันด้วยสภาพอากาศที่ย่ำแย่เพื่อต่อสู้แย่งอันดับจากกริดสตาร์ทที่ไม่สู้ดีนัก (กริดที่ 15) ที่สำคัญยังต้องขับเคี่ยวกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งจากทีมโรงงานที่อยู่ในแถวหน้า ส่งผลให้นักขับภายใต้รถแข่งหมายเลข 50 ต้องพยายามเร่งเครื่องอย่างหนักเพื่อแย่งอันดับในช่วงต้นการแข่งขันให้ได้

ในเรซดังกล่าวมีนักขับระดับ “แพทตินัม” ถึง 14 คนอยู่ในรายชื่อนักขับ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในกลุ่มหน้าของการแข่งขัน ส่วนพศินจัดอยู่ในนักขับระดับ “ซิลเวอร์” ซึ่งถือว่าเป็นรองลงมาถึง 2 ขั้น โดยนับเป็นความสำเร็จอย่างมากอีกขั้นของนักขับไทยที่มีอายุน้อยที่สุดในสนามด้วย นับเป็นการแสดงถึงความสำเร็จได้อย่างชัดเจนหลังลงแข่งขันเพื่อหาประสบการณ์ในยุโรป 3 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ซึ่งต้องลงแข่งขันในรายการชั้นนำของโลกอย่างบลองค์แปงจีทีเอ็นดูรานซ์คัพ

ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาหลายครั้งตลอดการแข่งขันทำให้เรซนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับรถแข่งหมายเลข50 โดยพวกเขาต้องนำรถเข้าพิตครั้งที่ 2 เพื่อเปลี่ยนยางฝนสำหรับการไล่ล่าโพเดี้ยมในช่วงท้ายและมองไปถึงโอกาสในการคว้าชัยชนะด้วย อย่างไรก็ดีรถแข่งเฟอร์รารี่สีเหลืองที่ขับโดยพศิน, รูโกโลและกูดีก็สามารถจบการแข่งขันด้วยการคว้าอันดับ 4 มาครองได้สำเร็จและนับเป็นผลงานที่น่าพอใจ

ทั้งนี้ศึกเซปัง12 ชั่วโมงนับเป็นการแข่งขันที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาในช่วงท้ายปีของพศิน โดยรายละเอียดการแข่งขันในฤดูกาลหน้าของนักขับรายนี้จะเปิดเผยอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2017

พศินเปิดเผยว่า “มันเยี่ยมมากที่ได้กลับมาแข่งขันที่เซปังอีกครั้งหลังเว้นวรรคไป 2-3 ปีซึ่งถือเป็นสนามแห่งหนึ่งที่ผมลงแข่งขันมากที่สุดก่อนหน้าและผมรักสนามแห่งนี้เช่นเดียวกับการแข่งขันเซปัง12 ชั่วโมงนี่คือครั้งที่ 3 ของผมและมันเป็นเรซที่ยอดเยี่ยมที่นี่มักมีความท้าทายเสมอปีนี้แทบไม่ต่างจากปีอื่นๆที่มีอากาศแปรปรวนตลอดเวลาโดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังของเรซ”

“ผมคิดว่าเรามีผลงานที่ดีในนัดปิดฤดูกาลมันจะดีกว่านี้ถ้าเราจบบนโพเดี้ยมแต่ผมแฮปปี้กับผลการแข่งขันและยินดีกับการต่อสู้ครั้งนี้ของผมเองที่ต้องขับเคี่ยวกับทีมโรงงานตลอดทั้ง 12 ชั่วโมงและรักษามาตราฐานของพวกเราได้เป็นอย่างดี”

“ผมอยากขอขอบคุณผู้สนับสนุนและทุกๆคนที่หนุนหลังผมตลอดทั้งปี และตอนนี้ผมก็เริ่มต้นมองถึงการกลับสู่การแข่งขันอีกครั้งในปีหน้าแล้ว”

Source. Edd Ellison


No comments yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )


Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Google Translate

Flickr Photos

%d bloggers like this: