you're reading...
Recent Posts, Uncategorized


Pasin Lathouras enjoyed a highly promising start to his second season in Blancpain GT Series Endurance Cup after the #50 AF Corse Ferrari 488 GT3, which he was sharing with Italian duo Michele Rugolo and Alessandro Pier Guidi, raced to second place overall in last Sunday’s 3 Hours of Monza.

It proved to be a very strong weekend for the 23-year-old Thai driver as the trio qualified the car on pole position with the team electing Pasin to start the race. Immediately at the green lights he was very lucky to avoid becoming engulfed in a major pileup of cars on the start-finish straight that played out around him and that saw the race red flagged for half an hour as the track safety crews worked quickly to remove the stricken cars. More than a dozen cars were unable to take the restart.

After settling into his stint at a hot and dry Autodromo Nazionale Monza Pasin handed over to Michele after an hour and in turn he passed the car to Alessandro for the final third of the 3-hour race. Both the Italians showed great pace but due to the Ferrari’s BoP which restricted its power they struggled to get past the defensively driven #75 Audi in front as they chipped away at the podium positions and that time lost ended their chance of chasing for P1.

In the end Alessandro brought the #50 Ferrari over the line for a superb second place overall to get the new Blancpain GT season off in great style.

This is Pasin’s second season in Blancpain GT and his fourth racing in Europe. It’s also a second year that he is sharing this car with Michele and Alessandro so it’s a very settled and rounded driver line-up and clearly from the laptimes it’s a combination that has the pace to win. It’s also good for Pasin to get a healthy chunk of points on the board as this time last year here in Monza – on his Blancpain GT debut as well as his debut in the Ferrari 488 GT3 – the trio also showed plenty of pace but a late race DNF left them without any reward for their efforts.

Pasin Lathouras: “It was good to be back on track and get the season underway and blow off the cobwebs as I haven’t raced since December; I love Monza so there isn’t any better way to get it started really. We had good pace all weekend and the team did a great job, Michele and Alessandro drove superbly as usual and the car felt very good when we were on our own but as it’s a low downforce track when we caught up with another car we lost out at the exit of the corner as we can’t carry as much speed as usual, plus we don’t have that much power in the straight due to the BoP so it was almost impossible to overtake during braking. So I’m very pleased that we were able to put all this together and finish in second place. Now I’m looking forward to racing at Silverstone, another track I enjoy, and hopefully we can target the podium again and keep in the championship points.”

“พศิน” ซิวที่ 2 ผงาดโพเดี้ยม มอนซ่า เปิดหัว บลองค์แปง จีที 2017

พศิน ลาทูรัส ดาวขับไทยวัย 23 ปี ออกสตาร์ทสนามแรกของการแข่งขันรายการบลองค์แปง จีที ซีรีส์ เอ็นดูรานซ์ คัพ 2017 ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการควบรถแข่งเฟอร์รารี่ 488 จีที3 พาทีมเอเอฟ คอร์เซ คว้าอันดับ 2 ผงาดโพเดี้ยมในศึกดวลความอึด 3 ชั่วโมง ที่ ออโตโดรโม นาซินาเล่ มอนซ่า ประเทศอิตาลี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ศึก บลองค์แปง จีที ซีรีส์ เอ็นดูรานซ์ คัพ 2017 เปิดฉากดวลความเร็วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ ออโตโดรโม นาซินาเล่ มอนซ่า ประเทศอิตาลี สนามแข่งรถระดับตำนานของโลก โดย พศิน ลาทูรัส นักขับไทยวัย 23 ปี ในรายการนี้เข้าร่วมชิงชัยภายใต้สังกัด เอเอฟ คอร์เซ กับเพื่อนร่วมทีมชาวอิตาเลียนทั้ง 2 คน อย่าง มิเคเล รูโกโล และอเลสซานโดร ปิแอร์ กูดี

การแข่งขันสนามแรกของฤดูกาลในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของ พศิน อย่างมาก หลังจากสามารถพาทีมคว้าโพลโพซิชั่นมาครองได้จากการทำเวลาต่อรอบเร็วที่สุดในการควอลิฟายครั้งที่ 3  โดย พศิน ถูกเลือกให้ออกสตาร์ทเป็นไม้แรกจากการวางแผนของทีม

เพียงในช่วงออกสตาร์ทเรซก็เกิดความวุ่นวายอย่างมาก และนับเป็นโชคดีของนักขับไทยและทีมที่หลุดพ้นจากการชนครั้งใหญ่ของรถแข่งหลายคัน จนเซฟตี้คาร์ต้องออกมาวิ่งนำขบวนกว่า 30 นาที ก่อนที่เจ้าหน้าที่ภาคสนามจะเคลียร์แทร็กได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถกลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง

ภายหลังรับหน้าที่เป็นนักขับคนแรกของทีมภายใต้อุณหภูมิอันร้อนระอุ และสภาพแทร็กแห้งของ ออโตโดรโม นาซินาเล่ มอนซ่า พศิน ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดชั่วโมงแรก ก่อนส่งช่วงต่อให้กับ มิเคเล รูโกโล ในชั่วโมงที่ 2 และปิดท้ายด้วย อเลสซานโดร ปิแอร์ กูดี ที่ปิดจ็อบในชั่วโมงที่ 3 ให้กับทีมได้อย่างยอดเยี่ยม

อย่างไรก็ดี จากกฎการถ่วงดุลย์สมรรถนะของรถแข่งทำให้ เฟอร์รารี่ 488 จีที3 นั้นเป็นรองเรื่องการทำความเร็วเนื่องจากมีน้ำหนักรถที่มากกว่า ทำให้โดนคู่แข่งหมายเลข 75 ภายใต้รถแข่งออดี้ แซงผ่านได้ในช่วงท้ายเรซ และสร้างปัญหาให้รถแข่งหมายเลข 50 ของ พศิน และทีมเมทอย่างมากในการช่วงชิงหัวแถว

ท้ายที่สุด อเลสซานโดร ปิแอร์ กูดี ทีมเมทชาวอิตาเลียน สามารถนำรถแข่งเฟอร์รารี่ 488 จีที3 หมายเลข 50 เข้าป้ายในอันดับ 2 โอเวอร์ออล สร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมในสนามเปิดฤดูกาลของศึก บลองค์แปง จีที ซีรีส์ เอ็นดูรานซ์ คัพ 2017

โดยปี 2017 นับเป็นฤดูกาลที่ 2 ของ พศิน กับการแข่งขันในรายการ บลองค์แปง จีที ซีรีส์ เอ็นดูรานซ์ คัพ และเป็นฤดูกาลที่ 4 กับการแข่งขันในยุโรปของนักขับไทยรายนี้ โดยถือเป็นปีที่ 2 ที่ทำงานร่วมกับ มิเคเล รูโกโล และ อเลสซานโดร ปิแอร์ กูดี ที่ทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัวด้วยเวลาต่อรอบที่เหนือกว่าคู่แข่งและขีดความสามารถในการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมในการนำไปสู่ชัยชนะ

การคว้าอันดับ 2 ในสนามแรกถือเป็นผลลัพธ์ที่ดีต่อ พศิน และทีมเมท ด้วยการเก็บคะแนนสะสมเป็นอันดับ 2 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ แตกต่างจากฤดูกาลที่ผ่านมาที่ไม่จบการแข่งขัน และไม่สามารถคว้าแต้มจากสนามเดียวกันนี้ภายใต้การเปิดตัวกับรถแข่งเฟอร์รรารี่ 488 จีที3 ซึ่งนักขับทั้ง 3 คน จบสนามแรกโดยปราศจากรางวัลติดมือ

ทั้งนี้ พศิน เข้าร่วมไล่ล่าความสำเร็จในฐานะนักขับตัวแทนจากประเทศไทย ในศึก บลองค์แปง จีที ซีรีส์ เอ็นดูรานซ์ คัพ 2017 ซึ่งถือเป็นการแข่งขันประเภทจีทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกในปัจจุบัน โดยได้รับการผลักดันจาก นารายา, ลาลามา บาย นารายา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และการกีฬาแห่งประเทศไทย

พศิน เปิดเผยว่า “ผมรู้สึกดีมากที่ได้กลับสู่การแข่งขันอีกครั้งและเริ่มต้นฤดูกาลใหม่กับทีม หลังจากไม่ได้สัมผัสการแข่งขันมานับตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ผมชื่นชอบ มอนซ่า มาก ดังนั้นจึงไม่มีอะไรที่ดีไปกว่าการได้ออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่ในสนามแห่งนี้”

“เรามีขีดความสามารถในการต่อสู้ที่ดีตลอดทั้งสุดสัปดาห์ และทีมงานของเราก็ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม มิเคเล และ อเลสซานโดร ทีมเมททั้งสองคนขับได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยรถแข่งของเราทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทว่ากลับเสียเปรียบด้านดาวน์ฟอร์ซ เมื่อต้องต่อสู้กับรถแข่งคันอื่นๆ ทำให้เป็นรองในช่วงเร่งออกจากโค้ง เราไม่สามารถทำความเร็วต่อเนื่องได้ ขณะเดียวกันยังขาดพละกำลังในช่วงทางตรงจากกฎการถ่วงดุลย์สมรรถนะ (BoP) ซึ่งยากมากที่จะแซงรถแข่งคันอื่นๆ ก่อนจะถึงจุดเบรก”

“ผมพอใจและรู้สึกดีมากกับผลการแข่งขันในสนามแรกด้วยการจบเรซในอันดับ 2 ตอนนี้ผมมองไปถึงการแข่งขันสนามถัดไปที่ ซิลเวอร์สโตน, สหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสนามที่ผมชื่นชอบ และหวังว่าเราจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายคือจบการแข่งขันบนโพเดี้ยมได้อีกครั้ง เพื่อรักษาอันดับบนตารางแชมเปี้ยนชิพในการลุ้นแชมป์ประจำปี”

Source. EDD Ellison


No comments yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )


Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Google Translate

Flickr Photos

%d bloggers like this: